วิธีดูแลลูกน้อยแพ้ง่าย #1

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะคะว่าเรื่องราวที่คุณแม่ละมุนทุกท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ล้วนแล้วแต่มาจากประสบการณ์การเลี้ยงและดูแลลูกน้อยทั้งสองคนของหญิงเองค่ะ

เหตุการณ์นี้มีจุดเริ่มต้นมาจาก“น้องริว” มีอาการแพ้ ผื่นขึ้นตามตัวเยอะมาก แต่ตอนนี้หายดีแล้วนะคะหญิงเลยอยากจะมาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์เหล่านี้ให้กับคุณแม่ท่านอื่นที่อาจจะกำลังประสบปัญหาเดียวกันกับหญิงอยู่เพราะหญิงเข้าใจความรู้สึกของคุณแม่ทุกท่าน

เป็นอย่างดีค่ะว่าคุณแม่รู้สึกอย่างไรวิธีที่หญิงจะนำมาแบ่งปันนี้อาจจะไม่ใช้วิธีที่ดีที่สุดในการดูแลลูกน้อยเนื่องจากเด็กแต่ละคนก็มีภูมิคุ้มกันที่แตกต่างกันแต่อย่างน้อยคุณแม่สามารถใช้แนวทางของหญิงเป็นตัวช่วยในการวิเคราะห์ได้ว่าลูกของเรามีอาการแพ้อะไรกันแน่เมื่อทราบแล้วก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้นให้กับลูกน้อยจนเมื่อเค้าโตขึ้นภูมิต้านทานของเค้าดีขึ้นโครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้นอาการแพ้ต่างๆก็จะดีขึ้นตามลำดับค่ะวิธีคิดง่ายๆก็คือ “ถ้าลูกไม่สัมผัสกับสิ่งที่เค้าแพ้” เค้าก็จะไม่มีอาการแพ้ เมื่อไม่แพ้ก็ไม่ต้องทานยาหรือทายาถึงแม้เราจะรู้ว่าการทานยาแก้แพ้มันไม่มีอันตรายแต่ก็ไม่มีแม่คนไหนอยากให้ลูกตัวเองทานยาทุกๆวันหรอกจริงไหมคะ

วิธีดูแลลูกน้อยแพ้ง่าย #1
น้องริวเริ่มมีอาการแพ้ที่เห็นได้ชัดเจนตั้งแต่อายุ3 เดือนเลยค่ะสิ่งแรกที่ทำให้เค้ามีอาการแพ้คือ โลชั่นทาผิวนอกจากนี้ก็มีอาการแพ้อื่นๆ อีก เช่นแพ้อาหาร และ แพ้น้ำยาปรับผ้านุ่ม เป็นต้นค่ะโดยเด็กที่มีอาการแพ้ง่ายส่วนใหญ่ก็มักจะมีอาการแพ้สิ่งที่อยู่รอบตัวได้ง่ายตามไปด้วยนะคะเช่นอาการแพ้อาหารจากที่แม่ทานโดยผ่านมาทางน้ำนมแม่อาการแพ้สารเคมีที่อยู่รอบตัวจากสบู่แชมพูโลชั่นน้ำยาซักผ้าแพ้อากาศหรือ แพ้ไรฝุ่นเป็นต้นค่ะ

ดังนั้นวิธีดูแลลูกน้อยให้ห่างไกลจากอาการแพ้สิ่งเหล่านี้คุณแม่ละมุนต้องดูแลลูกทั้ง360องศาเลยล่ะค่ะ คือทำทุกอย่างรอบตัวเค้าให้ดีที่สุดจริงๆซึ่งก็ไม่ได้ลำบากอย่างที่คิดนะคะเพื่อลูกของเรา หญิงเชื่อว่าคุณแม่ละมุนทุกท่านต้องทำได้อยู่แล้วหรือคุณแม่บางท่านก็อาจจะทำได้ดีกว่าหญิงซะอีกเรามาดูกันต่อดีกว่าค่ะว่าอะไรที่จะทำให้ลูกน้อยของเราเกิดอาการแพ้ได้บ้าง

อาหาร อาหารมักเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เด็กมีอาการแพ้เกิดผื่นขึ้นตามตัวอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหลักๆมีอยู่5 ชนิดด้วยกันได้แก่

  • ผลิตภัณฑ์จากนมวัว (นมเนยชีสโยเกิร์ตขนมที่มีส่วนผสมของนม)
  • แป้งสาลี (สปาเก็ตตี้ขนมปังพิซซา)
  • อาหารทะเลปลาทะเลกุ้งหอยปูสาหร่าย
  • ถั่วต่างเช่นถั่วลิสงถั่วเปลือกแข็งอาทิเฮเซลนัทและแมคคาเดเมีย
  • ไข่ทั้งไข่แดงและไข่ขาว ซึ่งถ้าเด็กบางคนแพ้มากๆ ก็อาจจะแพ้อาหารเหล่านี้ด้วยนะคะ
  • งาดำ
  • ผลไม้ในตระกูลส้มเช่นส้มเขียวหวานส้มโอและผลไม้ในตระกูล Berry(เวลาทานน้ำส้มต้องใส่น้ำเจือจาง) เพราะมีกรดผลไม้ที่อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้
  • ผักมีสีเช่นสีแดงสีส้ม
  • ถั่วเหลือง

อาการแพ้อาหารในเด็กแต่ละคนอาจมีอาการแต่งต่างกันไปค่ะ เช่น

  • อาการแพ้ทางผิวหนัง โดยจะมีอาการขึ้นผื่น ผิวสาก ผิวไม่เรียบ แต่เมื่องดอาหารที่มีความเสี่ยงแล้วอาการก็จะดีขึ้น
  • อาการแพ้ในระบบทางเดินหายใจ โดยจะมีอาการหายใจครืดคราด ไอ มีเสมหะ นอนกรน แม้กินยาแก้ไอก็ไม่หาย จนทดลองให้งดอาหารอาการจึงดีขึ้น
  • อาการแพ้ในระบบทางเดินอาหาร โดยจะมีอาการท้องอืดถ่ายเป็นมูกเลือด

ทั้งหมดนี้ คืออาการของเด็กที่มีอาการแพ้อาหารอาจจะมากน้อยแตกต่างกันไป แต่ถ้าคุณแม่ทุกท่านควบคุมดูแลลูกในเรื่องอาหารดีๆ แล้วล่ะก็ อาการแพ้ต่างๆ เหล่านี้ของน้องก็จะดีขึ้น หรือไม่เกิดขึ้นเลยค่ะ ซึ่งถ้าหากคุณแม่ท่านไหนให้น้องทานนมแม่ อาหารที่คุณแม่ทานก็จะส่งผ่านไปที่น้ำนมแม่ด้วยเช่นเดียวกันค่ะ

เพราะฉะนั้นคุณแม่ก็ต้องงดอาหารที่อาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้ที่กล่าวมาด้วยนะคะ แต่ไม่ต้องตกใจไปนะคะ ว่าคุณแม่จะมีชีวิตอยู่ได้เหรอ หญิงทำมาแล้วค่ะ และคุณแม่ละมุนหลายท่านก็ทำมาแล้วค่ะ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ อาการแพ้ของน้องริวดีขึ้นมาก จนคุณหมอ พรรทิพา ฉัตรชาตรี (คุณหมอผู้เชี่ยวชาญทางด้านภูมิแพ้ในเด็ก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์) ชมว่าน้องริวมีอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับเด็กคนอื่นที่มีอาการแพ้เช่นเดียวกับน้องริว และผิวก็ดูสุขภาพดีมากขึ้นด้วย
วิธีดูแลลูกน้อยแพ้ง่าย
สำหรับเด็กที่มีอาการแพ้นมวัว หญิงเชื่อว่ายังไงให้ลูกทานนมแม่ แล้วคุณแม่ยอมงดอาหารที่ลูกแพ้ ย่อมดีกว่าให้ลูกทานนมวัวหรือนมผงแน่นอนค่ะ เพราะหญิงก็ได้ทำและพิสูจน์มาแล้วด้วยตัวหญิงเองค่ะ นอกจากน้องริวจะไม่ต้องทรมานกับอาการแพ้แล้วน้องริวยังแข็งแรง สามารถเริ่มทานอาหารที่เค้าเคยแพ้อย่าง แป้งสาลี และ เต้าหู้ ได้ตอน 6 เดือน และเมื่อตอน 1 ขวบ ก็เริ่มกินไข่แดงได้แล้วค่ะ แต่ถ้าคุณแม่ควบคุมอาหารทั้ง 5 ชนิดแล้วอาการแพ้ของลูกน้อยยังไม่ดีขึ้น เราก็ต้องมาดูกันต่อที่สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ตัวเค้ากันต่อค่ะ ว่าสิ่งใดกันแน่ที่ทำให้เค้าเกิดอาการแพ้ แต่วันนี้หญิงขอพักไว้แค่นี้ก่อนนะคะ ต้องขอตัวไปดูเจ้าตัวเล็กทั้งสองคนก่อน แล้วหญิงจะมาเล่าให้ฟังกันต่อในตอนต่อไป(ใส่ Hyperlink) นะคะ ว่านอกเหนือจากอาหารแล้ว มีอะไรที่อาจจะทำให้ลูกน้อยเกิดอาการแพ้ และเราต้องเตรียมตัวในการดูแลลูกไม่ให้เค้าแพ้ยังไงบ้าง เจอกันในตอนหน้านะคะ